วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เรื่องของน้องฮีโน่ ตอนที่ 1

เมื่อคืนวันปีใหม่ปี 2550 หน่วยกู้ชีพ โรงพยาบาลสกลนคร ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากพลเมืองดีพบมีผู้บาดเจ็บจากการขับขี่มอเตอร์ไซด์ชนกับเสาไฟฟ้าบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 2 ถนน สกลนคร -นาแก จำนวน 1 ราย เป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ นอนสลบอยู่ข้างรถมอเตอร์ไซด์ มีบาดแผลถลอกบริเวณใบหน้า แขน และที่ขามีแผลฉีกขาด หน่วยกู้ชีพประกอบด้วยพยาบาลกู้ชีพ พนักงานเวชกิจฉุกเฉิน พนักงานเปล และพนักงานขับรถ ไปถึงทีเกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ ชีพจรเต้นช้าและเบา จึงได้ทำการช่วยฟื้นคืนชีพ แจ้งอาการกลับมาที่หน่วยกู้ชีพ แพทย์ให้ทำการช่วยหายใจโดยใส่ท่อช่วยหายใจ ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ขณะนำผู้บาดเจ็บมาที่งานอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลผู้ป่วยเริ่มรู้สึกตัวขยับแขนและมือ ทีมแพทย์และพยาบาลได้มาประเมินอาการผู้ป่วย ประสาทศัลยแพทย์ได้ส่งไปตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง พบว่ามีเลือดออกในสมอง ต้องได้รับการผ่าตัดโดยด่วน ซึ่งในขณะนั้นทางตำรวจได้ออกติดตามหาญาติผู้บาดเจ็บจากทะเบียนรถเพราะในตัวของผู้บาดเจ็บไม่มีหลักฐานสำคัญใดใดเลยทั้งบัตรประจำตัวหรือกระเป๋าสตังค์ ทางโรงพยาบาลจึงไม่สมารถระบุตัวผู้ป่วยได้ จึงใช้นามว่าชายไม่ทราบชื่อ สวมเสื้อสีแดงกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน เข้ารับการผ่าตัดโดยด่วนเพื่อนำเลือดออกจากสมองทันที

หลังผ่าตัดได้ให้เข้าพักรักษาตัวที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมระบบประสาท เข้าพักได้ประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเช้าวันถัดมาตำรวจได้พาญาติมาเยี่ยมดูอาการผู้ป่วย ทำให้เราทราบว่า ชายไม่ทราบชื่อคนนี้เป็นใคร ชายคนนี้เป็นเด็กชายอายุ 14 ปี นามสมมุตว่าน้องโน่ อาศัยอยู่กับคุณแม่และน้องชายอีก 1 คน คุณพ่อเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อ 3 ปี ขณะที่คุณแม่ของโน่พึงคลอดน้องออกมาได้ 2 เดือน ครอบครัวของพ่อโน่มีกิจการอู่ซ่อมรถบรรทุกและรถไถ่ เป็นกิจการของครอบครัวมีคุณตาเป็นเจ้าของกิจการ คุณแม่ของโน่เป็นคนทำบัญชี คุณลุงและพ่อโน่เป็นช่างใหญ่ประจำอู่ หลังจากที่คุณพ่อเสียชีวิตคุณแม่และครอบครัวของโน่ก็ยังคงทำงานอยู่ในอู่ของคุณตาต่อไป

คุณแม่ของโน่เล่าว่า โน่มีนิสัยคล้ายพ่อชอบเรื่องเครื่องยนต์กลไก ชอบแต่งรถ ซ่อมรถ นิสัยร่าเริง สนุกสนาน คืนเกิดเหตุได้ขออนุญาตแม่ไปฉลองปีใหม่บ้านลุงที่หมู่บ้านใกล้ๆ และเคยไปค้างบ้านลุงอยู่บ่อยๆ จึงอนุญาตให้ไป มาทราบว่าประสบอุบัติเหตุจากตำรวจมาสอบถามที่อู่ว่าที่บ้านใช้รถทะเบียนหมายเลขนี้หรือไม่ มีใครใช้รถคันนี้ไหมเมื่อคืน จึงได้ตามตำรวจมาดู เป็นลูกชายของตนเองจริงๆ รู้สึกตกใจ และกลัวเขาจะตามพ่อเขาไป ประสาทศัลยแพทย์จึงได้ทำการย้ายผู้ป่วยไปพักรักษาที่หอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม 3 ซึ่งรับผู้ป่วยเด็กอายุระหว่าง 5 ปี ถึง 14 ปี 11 เดือน