วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2553
ประสบการณ์ทำวารสาร
บอกเล่าประสบการณ์ของทีม ในการจัดทำวารสารโรงพยาบาลสกลนคร
จุดเริ่มต้น
เกิดจากความต้องการของเพื่อนร่วมงานในโรงพยาบาลที่หาที่ตีพิมพ์บทความวิจัยเพื่อเลื่อนระดับ มาบ่นว่าหาที่ตีพิมพ์ยาก ติดต่อที่ไหนก็บอกว่าเต็ม ต้องรอฉบับถัดไป จะทำอย่างไร รอไม่ไหว เพราะมันจะไม่ทันเวลา สูญเสียโอกาสอีก ทำมา...แต่ขาดการตีพิมพ์บทความวารสารก็ไม่ผ่านเกณฑ์อีก ห้องที่พี่ๆทั้งหลายมาบ่นเป็นห้องสมุดของกลุ่มการพยาบาล เป็นกุสมบัติหนังสือเก่า อาจเป็นบุญของดิฉันและพี่ๆทำให้ดิฉันเหลือบไปเห็นวารสารโรงพยาบาลสกลนคร ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 ปี 2541 เลยรีบหยิบขึ้นมาดู และสอบถามพี่ที่มีรายชื่ออยู่ในกองบรรณาธิการว่าวารสารของโรงพยาบาลของเราขาดหายไปไหน พี่เขาตอบว่า ไม่ได้ขาดแต่หายไปได้5 ปีแล้วเพราะไม่มีทีมและไม่มีบทความลงตีพิมพ์ จากจุดนี้จึงเป็นที่มาในการกู้ชีพวารสาร รพ.สน โดยดิฉันได้ไปปรึกษากับผู้อำนวยการโรงพยาบาลและหัวหน้างานพรส.ว่าอยากให้ทำวารสารโรงพยาบาลของเราต่อจะได้ไหม ท่านตอบว่า เอาซิแต่ผมไม่มีประสบการณ์นะ ดิฉันก็อมยิ้มแล้วตอบท่านว่านุชมีประสบการณ์ตอนเรียนพยาบาล เคยทำวารสารฉบับเล็กๆ แบบสมัครเล่น ชื่อว่าวารสารดอกปี๊บ เขียนเอง ชวนเพื่อนเขียน ให้อาจารย์ที่ปรึกษาคืออาจารย์สมจิต แดนสีแก้ว เป็นบรรณาธิการให้แล้วก็ส่งให้พี่ๆ น้องๆและส่งไปตามวิทยาลัยพยาบาลต่างๆ แต่ก็ไม่ยั่งยืน เพราะตอนฝึกงานไม่ได้ทำต่อ สมกับเป็นสมัครเล่นจริงๆ แต่ตอนนี้นุชอยากทำแบบมืออาชีพถ้าท่านให้โอกาส (หมายถึงเงินทุน) ผอ.ตอบว่า ลองไปศึกษาขั้นตอนการทำวารสาร หาทีมงาน และร่างโครงการและงบประมาณมาให้ผมดูก่อนแล้วกัน
จุดเปลี่ยน
1. อยากทำอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีทุน
ทุนทางปัญญา หาได้จากทีมงานทั้งเก่าและใหม่ที่มีใจและความอยากทำเหมือนกัน และควรมีความหลากหลายในวิชาชีพ
ทุนทรัพย์ เริ่มต้นต้องให้ผู้บริหารเห็นประโยชน์และอยากสนับสนุนให้เงินลงทุนก่อน จากนั้นเราจึงไปหาทุนเพิ่มจากสมาชิก เราถึงจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน
2. ทำให้เราเป็นมืออาชีพโดยการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาพาทำ
3. ขยันหาเครือข่าย/ร่วมเป็นเครือข่ายกับวาราสารในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและวาราสารสมาคมพยาบาลฯ
4. หาพี่เลี้ยงเพราะเรายังเป็นมือใหม่ เวทีนี้ต้องมีอาจารย์พี่เลี้ยงแนะนำในเรื่องขั้นตอนการทำวารสาร สอนวิธีการบรรณาธิกรบทความ โดยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการให้แก่กองบรรณาธิการ จัดหา reviewer ทั้งในและนอกโรงพยาบาล เพื่อให้บทความที่ตีพิมพ์ในวาราสารของเรามีคุณค่า น่าอ่าน ทันสมัย เกิดประโยชน์แก่ผู้อ่านอย่างแท้จริง
ผลที่ได้ ตอนนี้เรามีวารสารโรงพยาบาลสกลนคร ออกปีละ 3 ฉบับ ต่อเนื่องกันมาเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว สามารถดูรายละเอียดและบทความต่างๆของวารสาร รพสน. ได้ที่ http://www.sknhospital.go.th/
คนทำวารสารได้อะไร ได้บุญ ได้ความสุขใจที่ให้พี่ๆได้เลื่อนระดับ ได้ประสบการณ์ในการอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ ได้ประสบการณ์การประสานงานกับหลายๆหน่วยงาน
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ 1. มีใจ
2. มีทีม
3.มีทุน
อุปสรรค
ขาดบทความมาตีพิมพ์อย่างต่อเนื่อง
ผู้ส่งบทความ ส่งล่าช้าแต่อยากได้เล่มเร็ว ส่งบทความมาไม่ตรงตามรูปแบบของวารสาร เช่น การเขียนอ้างอิง การเขียนบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
กองบรรณาธิการ ประชุมไม่สม่ำเสมอทำให้ไม่ทราบปัญหา และความก้าวหน้าของวารสาร
การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้เขียนกับกองบรรณาธิการมีหลายขั้นตอนทำให้ล่าช้าและเกิดความสับสน
วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
คนเก่งประจำบ้าน"น้องโหน่ง"
แต่ก็สามารถคลายความทุกข์ไปจากการที่มีหมอและพยาบาลประจำตึกมาพูดคุยให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการ โรค ยา ที่รักษา เปิดโอกาสให้ได้พูดคุย ซักถามเมื่อมีปัญหา ให้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการรักษา สอน สาธิตการดูแลผู้ป่วยใส่ท่อหลอดลมคอ การใช้เครื่องดูดเสมหะ การให้อาหารทางสายยาง มีนักสังคมสงเคราะห์มาดูแลเกี่ยวกับค่ารักษา มีนักกายภาพบำบัดมาสอน สาธิตการฟื้นฟูสภาพ และได้รับการสอนสาธิตการทำอาหารปั่นผสมจากโภชนากร สำหรับการจัดบ้านและสิ่งแวดล้อม และการดูแลตนเองที่บ้าน ได้รับคำแนะนำจากพยาบาลงานวางแผนจำหน่าย โดยใช้สื่อในการให้ข้อมูลเป็นคู่มือ เรื่อง การดูแลตนเองที่บ้านและการดูแลต่อเนื่องสำหรับผู้ป่วยบาดเจ็บที่ศีรษะ ก่อนกลับบ้านน้องโหน่งได้รับการประเมินสภาพและประเมินความเข้าใจของมารดาเกี่ยวกบการดูแลตนเองก่อนจำหน่าย สามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมหรือปรึกษาทางโทรศัพท์กรณีที่มีปัญหาในการดูแลตนเองได้
ในวันที่กลับบ้านมีพยาบาลจากสถานีอนามัยเข้ามารับน้องโหน่งและเครื่องดูดเสมหะกลับไปส่งที่บ้านและช่วยกันจัดเตรียมบ้านให้
หลังจากจำหน่ายจากรพ.มีทีมดูแลสุขภาพต่อเนื่องประกอบด้วยพยาบาลจากสถานีอนามัย อสม. พยาบาลงานวางแผนจำหน่าย พยาบาลปฏิบัติการขั้นสูง (APN) สาขากุมารเวชกรรม และนักกายภาพบำบัด ออกติดตามเยี่ยมบ้านอีก 3 ครั้ง
ครั้งแรกหลังจากจำหน่ายได้ 5 วัน ครั้งที่ 2 หลังจำหน่ายได้ 2 สัปดาห์ และครั้งที่ 3 หลังจำหน่ายได้ 1 เดือน
เพราะการวางแผนจำหน่ายตั้งแต่อยู่โรงพยาบาลจนกระทั่งอยู่ที่บ้าน ความรักของคนในครอบรัว ความพยายามของโหน่ง แม้ในวันนี้น้องโหน่งยังเดินเองได้ไม่คล่องนัก แต่ทุกคนในครอบครัวและน้องโหน่งมีความเชื่อมั่นและมั่นใจว่าจะเป็นก้าวแรกที่นำพาก้าวที่มั่นคงให้กับโหน่งตลอดไป
วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
เรื่องของน้องฮีโน่ ตอนที่ 1
เมื่อคืนวันปีใหม่ปี 2550 หน่วยกู้ชีพ โรงพยาบาลสกลนคร ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากพลเมืองดีพบมีผู้บาดเจ็บจากการขับขี่มอเตอร์ไซด์ชนกับเสาไฟฟ้าบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 2 ถนน สกลนคร -นาแก จำนวน 1 ราย เป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ นอนสลบอยู่ข้างรถมอเตอร์ไซด์ มีบาดแผลถลอกบริเวณใบหน้า แขน และที่ขามีแผลฉีกขาด หน่วยกู้ชีพประกอบด้วยพยาบาลกู้ชีพ พนักงานเวชกิจฉุกเฉิน พนักงานเปล และพนักงานขับรถ ไปถึงทีเกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ ชีพจรเต้นช้าและเบา จึงได้ทำการช่วยฟื้นคืนชีพ แจ้งอาการกลับมาที่หน่วยกู้ชีพ แพทย์ให้ทำการช่วยหายใจโดยใส่ท่อช่วยหายใจ ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ขณะนำผู้บาดเจ็บมาที่งานอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
R2R (ต่อ)

มาทำR2Rกันเถอะ
ปีงบประมาณ 2552 นี้โรงพยาบาลสกลนครมีนโยบายในการสร้างองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยการจัดการความรู้ วิธีหนึ่งที่เรานำมาใช้คือการทำ R2R พัฒนางานประจำโดยใช้กระบวนการวิจัยเพื่อหาแนวทางการปฏิบัติที่ดีและจะพัฒนาสู่ Best Practice ได้ จนเกิดผลลัพธ์ที่ดีทั้งผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ
ก่อนอื่นเราควรมาทำความเข้าใจกับวิธีการทำ R2R ของพยาบาลที่นำมาใช้เพื่อพัฒนาแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ
การสร้างแนวปฏิบัติการพยาบาล โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
ความหมายของ EBP (Evidence based practice:EBP)
การปฏิบัติตามหลักฐานเชิงประจักษ์ หมายถึง กำหนดประเด็นปัญหาทางคลินิก การตัดสินใจทางคลินิกเกี่ยวกับการใช้หัตถการ/การรักษาที่จะให้กับผู้ป่วย/ผู้รับบริการ บนหลักฐานที่ดีที่สุด ในขณะนั้น ร่วมกับประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญทางคลินิกและความคิดเห็นหรือความชื่นชอบของผู้ป่วย ในรูปของ แนวปฏิบัติทางการพยาบาล(CPG) คู่มือการพยาบาล(Protocol)
กระบวนการพัฒนา Evidence-Based Practice : EBP
1. กำหนดประเด็นปัญหาทางคลินิก 2. สืบค้นงานวิจัย 3. สังเคราะห์หลักฐานที่ดีที่สุด
4. สร้างแนวปฏิบัติและนำ CPG ที่สร้างขึ้นไปทดลองใช้
5. การนำ CPG ที่มีการปรับปรุงไปใช้ในการปฏิบัติงานในชีวิตประจำวัน
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการพัฒนา CPG
1.มุ่งเน้นที่ผลลัพธ์
2.มีการทบทวนเป็นระยะ
3.การประเมินผลการนำไปใช้และผลกระทบ คำนึงถึงผู้ใช้และผู้รับบริการ
4.พัฒนาตามความเหมาะสมของข้อจำกัดที่มีอยู่
5.สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ได้
6.ดำเนินการโดยบุคลากรหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง(Multidisciplinary)
7.ต้องมีทีมงานที่รับผิดชอบ
8.สามารถนำไปใช้ปฏิบัติในคลินิกได้
9.สร้างขึ้นจากหลักฐานเชิงประจักษ์
ครั้งนี้อาจพอได้วิธีการหนึ่งของการทำ R2R ไปบ้าง แล้วท่านล่ะค่ะ ทำอย่างไร มาแลกเปลี่ยนกับเราบ้าง
วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2552
วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2552
เล่าสู่กันฟัง
เราได้เข้าไปอ่านเจอตัวอย่างดีๆของโครงการพยาบาลประจำบ้าน (Nurse House) ของ โรงพยาบาลพยุหะคีรี อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ที่ได้จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนารูปแบบบริการและคุณภาพการดูแลกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้โดยมีกรอบแนวคิดด้านการบริการเชิงรุกเป็นระบบเครือข่ายในโรงพยาบาลร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของญาติในการดูแลผู้ป่วย ส่งเสริมความเชื่อมั่นในความสามารถของญาติโดยการให้ความรู้และสอนทักษะปฏิบัติในการดูแล ผู้ป่วย สร้างระบบเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีและน่าชื่นชม และขอบพระคุณทีมงานของโรงพยาบาลพยุหะคีรี
ที่ได้นำเสนอสิ่งดีๆเหล่านี้ให้พวกเราได้เรียนรู้และนำมาเล่าสู่กันฟังในบทความนี้
ขอบพระคุณหลายเด้อพี่น้อง
